health

ตรวจสุขภาพ ด้วยตัวเองแค่ 7 ขั้นตอน ข้อควรรู้ ครบจบที่เดียว 2563

ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี 2020 อัพเดท ค่าตรวจสุขภาพโรงพยาบาลรัฐ ราคา ตรวจสุขภาพประจําปี โปรแกรมตรวจสุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย พร้อมข้อมูลการตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสังคม แบบครบจบในที่เดียว

การดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก การตรวจสุขภาพก็เป็นการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่ง การตรวจสุขภาพจะทำให้เราทราบว่าตอนนี้สุขภาพร่างกายเราเป็นอย่างไร ต้องเฝ้าระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่

บทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับการแนะนำการตรวจสุขภาพแบบครบวงจร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีมากๆเหมาะสมกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน

ตรวจสุขภาพดีอย่างไร

การตรวจสุขภาพประจำโดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมตรวจในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการตรวจสุขภาพนั้น ก็เพื่อประเมินร่างกายในระบบต่างๆว่ายังทำงานเป็นปกติหรือไม่และหากพบว่าเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นก็จะได้ทำการดูแลรักษาต่อไป

ซึ่งอาจจะไม่ต้องถึงกับกินยาเป็นประจำหากไม่พบสิ่งปกติร้ายแรง เพราะโรคบางอย่างเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็สามารถหายได้เอง หรือหากตรวจพบความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อร่างกายอย่างร้ายแรงก็จะได้วางแผนทำการรักษาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น

ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากดีกว่าการไปตรวจพบในระยะที่ร้ายแรง จะทำเสียเงินเป็นจำนวนมากและอาจรักษาไม่หายอีกด้วย เพราะฉะนั้นการตรวจสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

การตรวจสุขภาพตรวจอะไรบ้าง

โปรแกรมตรวจสุขภาพนั้นขั้นอยู่กับเพศ และ อายุ รวมถึง ความเสี่ยงต่างๆ เช่น พันธุกรรม หรือ อาการผิดปกติบางอย่างของร่างกาย ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้

การตรวจสุขภาพเบื้องต้น

1. ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด Complete Blood Count (CBC) เป็นการตรวจการทำงานของ

  • เม็ดเลือดแดง เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง
  • เม็ดเลือดขาว เพื่อตรวจประเมินระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
  • เกร็ดเลือด เพื่อดูประสิทธิภาพการแข็งตัวของเลือดหากเกิดบาดแผล

2. การตรวจวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด  (Glucose) เป็นการตรวจเพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน รวมถึงเพื่อประเมินว่าผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้หรือไม่

3.  การตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (Hemoglobin A1C) เป็นการตรวจลักษณะคล้ายๆกับการตรวจ Glucosec แต่จะเป็นการตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเดือนที่ผ่านมาเพื่อคัดกรองโรคเบาหวานและเพื่อดูปริมาณน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานเพื่อประเมินว่าผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้หรือไม่

4. การตรวจวัดระดับไขมันในเลือด Total Cholesterol ซึ่งแบ่งไขมันออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • HDL-Cholesterol  เป็นไขมันดีในร่างกาย
  • LDL-Cholesterol  เป็นไขมันไม่ดีในร่างกาย มีมากเกินไปจะไปทำให้ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
  • Triglyceride  เป็นไขมันชนิดหนึ่งได้จากการสังเคราะห์ที่ตับ เกิดจากการกินแป้งมากเกินไป ไม่ออกกำลังกาย และ โรคอ้วน

5. ตรวจวัดระดับยูริคในเลือด ( Uric Acid ) การตรวจปริมาณกรดยูริค ซึ่งหากมากเกินปกติก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าท์ โรคนิ่วในไต

6. ตรวจการทำงานของไต

  • BUN ตรวจดูการทำงานของไต หากไตทำงานผิดปกติจะปรากฏยูเรียคั่งค้างอยู่ในเลือด
  • Creatinine  นิยมตรวจในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพื่อตรวจดูความเสี่ยงการเกิดโรคไต
  • eGFR เป็นการตรวจเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของโรคไตเรื้อรัง

7. ตรวจการทำงานของตับ Serum Glutamic Oxaloacetic Transaminase (SGOT/AST) การตรวจการทำงานของตับ ด้วย SGOT/AST เป็นการตรวจเพื่อดูความผิดปกติของตับที่จะนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคตับอักเสบ ตับแข็ง หรือเพื่อติดตามผลการรักษาโรคตับ และนอกจากนี้ยังเป็นการตรวจคัดกรองโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้อีกด้วย

8.  การตรวจไวรัสตับอักเสบ เอ บี และซี 

การตรวจสุขภาพเฉพาะทาง

  • การตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งตับ Alpha-fetoprotein (AF) 
  • การตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ Carcinoembrionic Antigen (CEA)
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก Prostate Specific Antigen (PSA) ควรทำการตรวจ PSA ในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และตรวจเป็นประจำทุกปี
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม CA15-3การตรวจเอกซเรย์ และอัลตร้าซาวด์เต้านม (Mammogram) เป็นการตรวจที่แม่นยำมากที่สุด
  • เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อดูสภาพปอดและอวัยวะในช่องอก (Chest X-Ray) เป็นการตรวจเพื่อดูว่าอวัยวะภายในช่องอกปกติหรือไม่ อวัยวะภายในช่องอกเช่น หัวใจ ปอด กระดูกต่างๆ
  • การตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้อง Ultrasound Whole Abdomen ถ้าเป็นช่องท้องส่วนบนจะดูตับ ไต ตับอ่อน ถุงน้ำดี ม้าม เส้นเลือดแดงใหญ่ว่ามีก้อนติ่งเนื้อหรือนิ่วบ้างหรือไม่ และถ้าเป็นช่องท้องส่วนล่างก็จะดูกระเพาะปัสสาวะ คุณผู้หญิงก็จะสามารถเห็นมดลูก รังไข่ ส่วนคุณผู้ชายก็จะสามารถดูต่อมลูกหมากได้
  • CA125 ตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ ควรตรวจร่วมกับการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง หรือการส่องกล้องเพื่อตรวจภายในช่องท้อง

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพ

คำแนะนำก่อนการตรวจสุขภาพ

  1. พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนรับการตรวจสุขภาพ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการตรวจ เพราะหากพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้ระบบในร่างกายทำงานไม่เป็นปกติทำให้การตรวจคลาดเคลื่อนได้
  2. งดอาหารและเครื่องดื่ม อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ
  4. หากรับประทานยาโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานสามารถรับประทานต่อได้ตามที่แพทย์แนะนำ
  5. สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดที่บริเวณข้อพับแขน
  6. สำหรับสุภาพสตรี หากมีประจำเดือนให้งดตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดจะปนเปื้อนในปัสสาวะ มีผลต่อการแปลผลการตรวจ
  7. การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ควรตรวจหลังมีประจำเดือนเนื่องจากในช่วงมีประจำเดือน เต้านมมีความคัดตึงยากต่อการวินิจฉัย
  8. หากสงสัยว่าตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่องดตรวจเอกซเรย์

ข้อแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ

  1. การตรวจเอกซเรย์ ก่อนเข้าห้องตรวจควรถอดเครื่องประดับที่เป็นโลหะทุกชนิดออกให้หมด และหากเสื้อชั้นในเป็นแบบตะขอ โครงเหล็ก ให้ถอดชุดชั้นในออก หรืออาจใส่ชุดชั้นแบบออกกำลังกายมาในวัดตรวจสุขภาพก็ได้
  2. ก่อนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ควรพักให้หายเหนื่อยก่อน เพื่อให้หัวใจเต้นเป็นปกติ
  3. การตรวจสุขภาพจะต้องมีการเจาะเลือดที่ข้อพับแขนดังนั้นไม่ควรใส่เสื้อแขนยาวที่ยากต่อการเจาะ และหลังจากเจาะให้งบข้อพับแขนทิ้งไว้ 5 นาที หากมีรอยช้ำไม่ต้องตกใจรอยจะหายได้เอง
  4. การตรวจสุขภาพควรตรวจในช่วงเช้า เพราะการเจาะเลือดจะต้องเจาะก่อนการรับประทานอาหาร ผลการตรวจจึงจะแม่นยำ ดังนั้นหากตรวจสายก็จะทานข้าวเช้าสายอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ปวดท้อง เป็นลม
  5. การตรวจสุขภาพนั้นสามารถตรวจได้ตั้งแต่เด็กเพียงแต่ วิธีการตรวจจะต่างกันออกไป ดังนั้นควรศึกษาการตรวจสุขภาพตามกลุ่มอายุ เพื่อสุขภาพที่ดีตั้งแต่ยังเป็นเด็กโตมาจะได้ไม่ป่วย
  6. การตรวจระดับไขมันควรงดการรับประทานอาหารประเภทไขมันทุกชนิดอย่างน้อย 3 วัน เพื่อการตรวจที่แม่นยำ
  7. การตรวจสุขภาพสามารถจิบน้ำเปล่าเพื่อลดอาการคอแห้งได้ แต่ห้ามดื่มน้ำหวานทุกชนิด ดื่มน้ำเปล่าเท่านั้น บางคนจะคิดน้ำสามารถดื่มได้ก็จะดื่มกาแฟ ดื่มน้ำหวาน ซึ่งจะทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
  8. การเก็บปัสสาวะที่ถูกต้องควรทำความสะอาดบริเวณทางเดินปัสสาวะให้สะอาดเช็ดให้แห้งและเก็บปัสสาวะช่วงกลาง จะดีที่สุด

การตรวจสุขภาพเป็นการตรวจเช็คระบบการทำงานของร่างกาย หากตรวจเป็นประจำทุกปีก็จะทำให้เราทราบว่าร่างกายของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง หากเกิดอะไรที่ผิดปกติก็จะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

แต่หากใครไม่สามารถตรวจสุขภาพได้ทุกปีก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงเนื่องจากเราสามารถตรวจเช็คสุขภาพพื้นอย่างเช่น การชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว การวัดความดันโลหิต ร่วมกับการสังเกตร่างกายของเราเองได้หากพบว่ามีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงไปพบแพทย์เพื่อปรึกษา

และตรวจเป็นครั้งๆไปก็ได้เช่นกัน หากคุณดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นอย่างดี รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกายเป็นประจำ อารมณ์ดีไม่เครียดทำจิตใจให้สงบ ก็ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีค่ะ

แท็ก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
Close